เรื่องเล่าชามตราไก่แห่งเมืองลำปาง

12/09/2022 By Chic 0
ชามตราไก่

แหม๋ วันนี้เปิดอากู๋ กูเกิ้ลก็มี Cock a Doodle Do! Celebrate ความน่ารักของชามตราไก่ ถ้วยชามดินเผาที่มีไก่สีส้มแดง หางอูฟู่สีดำเขียนอยู่ข้างชาม เอาไว้ใส่ก๋วยเตี๋ยวเรือ น้ำตก ต้มยำ หรือจะข้าวต้ม เอาตะเกียบมาพุ้ยๆ มุ๊ยๆ จัดไปให้อิ่มจนพุงกาง ที่ทุกคนรู้จัก มีความวินเทจสุดคิ้วท์ เฮ้ยยย เค้ามีประวัติ ไม่ธรรมดานะคะ ตามมาอ่านประวัติกันค่ะ 🍜🐓

เรื่องเล่าชามตราไก่แห่งเมืองลำปาง

ชามตราไก่
ชามตราไก่

ต้นกำเนิดของชามตราไก่นั้น มาจากประเทศจีนกันเลยทีเดียว กําเนิดในเมืองจีนเมื่อกว่าร้อยปี โดยชาวจีนแคะ (ฮากกา) และชาวจีนแต้จิ๋ว คนแต้จิ๋วเรียก “โกยอั้ว” หรือ “แกกุงหว่อน” ซึ่งมีถิ่นฐานเดิมที่ทำชามไก่ อยู่ที่ตำบลกอปี อำเภอไท้ปู มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ไท้ปูเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการผลิตถ้วยชาม

ชามไก่ที่ชาวบ้านตำบลกอปี แต่ดั้งเดิมนั้น ทำขึ้นมายังไม่มีลาย เป็นชามสีขาวธรรมดา ต้องนำไปเขียนลวดลายเผาสีบนเคลือบ ที่ตำบลปังโกย ติดต่อกับตำบลกอปี เกิดเป็นชามลายไก่ขึ้นมา ต่อจากนั้นจึงไปขายให้กับชาวจีนโพ้นทะเลที่อาศัยอยู่ตามประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย และปัจจุบัน ยังคงเรียก “ชามตราไก่” หรือ “ชามไก่” ชามไก่ หรือชามตราไก่ หรือที่คนเมืองเหนือเรียกว่า “ชามก๋าไก่” หรือ “ถ้วยก๋าไก่”

ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังไม่มีโรงงานทำชามไก่ในประเทศไทย แต่คนจีนในประเทศไทยมีความต้องการใช้กันมาก พ่อค้าชาวจีนย่านตลาดทรงวาด, ตลาดเก่า พระนคร (กรุงเทพฯ) จึงสั่งชามไก่เข้ามาจากประเทศจีน ราคาในขณะนั้นถูก เมื่อประเทศต้องตกอยู่ในสภาวะสงครามทำให้ชามไก่พลอยขาดตลาดไปด้วย ราคาชามไก่จึงสูง และขาดแคลน

ชามตราไก่
อาปาอี้ (ซิมหยู แซ่ฉิน) ผู้บุกเบิกตั้งโรงงานทำถ้วยตราไก่

อาปาอี้ (ซิมหยู แซ่ฉิน) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2459 ได้อพยพมาอยู่กับพี่ชายที่ประเทศเวียดนาม หนีความยากแค้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 พอปี พ.ศ. 2490 จึงอพยพเข้ามายังแผ่นดินสยามแถววงเวียนใหญ่ ธนบุรี ที่ ซิวคิม แซ่กว๊อก อาศัยอยู่ ทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ซิวคิมเกิดที่ตำบลโกปี อำเภอไท้ปู หลังจากจบชั้น ป.4 ได้เข้าทำงานในโรงงานทำถ้วยชามซุ่นเง็ก อยู่ในหมู่บ้านตนเอง ทำงานได้ทุกอย่างตั้งแต่การปั้น การเขียน การเคลือบ จนถึงการเผา

ในปี พ.ศ. 2490 ซิมหยู ได้อพยพเข้ามายังแผ่นดินสยาม อาศัยทำงานอยู่กับญาติที่อพยพเข้ามาก่อน ทำงานในโรงงานถ้วยชามของ นายทวี ผลเจริญ ที่วงเวียนใหญ่ ธนบุรี ต่อมา ซิวคิมได้ทราบข่าวว่า ที่จังหวัดเชียงใหม่มีโรงงานทำเครื่องปั้นดินเผาแห่งหนึ่งชื่อ โรงงานบุญอยู่พานิช ทำโอ่งและกระถาง อยู่แถวห้วยแก้ว จึงเดินทางขึ้นมาทำงานด้วยเพราะมีประสบการณ์ติดตัวมาจากบ้านเกิด ทำงานอยู่ได้ 2 ปี อาปาอี้ (ซิมหยู แซ่ฉิน) ได้ตามขึ้นมาทำงานด้วยที่เชียงใหม่ วันหนึ่งเห็นชาวบ้านนำหินลับมีดมาขาย หินลับมีดนั้นมีสีขาวคล้ายกับดินขาวที่ใช้ทำเครื่องปั้นดินเผา ซักถามกับคนขายหินลับมีด จึงได้ความว่าเป็นหินที่ได้มาจากจังหวัดลำปาง

พวกเขาทั้ง 2 จึงลาออกจากโรงงานที่เชียงใหม่ และเดินทางมายังจังหวัดลำปาง เข้ามาทำงานที่โรงงานเครื่องปั้นดินเผาของ นายประยูร ภมรศิริ พอถึงฤดูแล้ง เมื่อมีเวลาว่างทั้ง2 จึงชวน นายเซี่ยะหยุย แซ่อื้อ ปั่นจักรยานพร้อมกับขวานกะเทาะหินหนึ่งเล่มออกตระเวนไปตามที่ต่างๆ ของอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยมี นายทวี ผลเจริญ ให้การสนันสนุน จนกระทั่งพบแหล่งดินขาว

ด้วยประสบการณ์ทำเครื่องปั้นดินเผาที่สั่งสม 2 ชาวจีน นายซิวกิม แซ่กวอก และนายซิมหยู แซ่ฉิน ผู้บุกเบิกตั้งโรงงานทำถ้วยตราไก่แบบเมืองจีน ในปี พ.ศ. 2503 ซึ่งนับเป็นโรงงานทำถ้วยตราไก่แห่งแรกที่เกิดขึ้นในเมืองลำปาง ซิมหยู แซ่ฉิน ตั้งโรงงานชื่อ โรงงานแป๊ะซิมหยู ทำถ้วยขนม ถ้วยตะไล ถ้วยน้ำจิ้ม คงการผลิตแบบดั้งเดิมและเผาด้วยเตามังกรเล้งเอี้ยเป็นเตาเผาแบบโบราณ ปัจจุบันโรงงานของซิมหยู แซ่ฉิน คือโรงงานธนบดี โรงงานของเซี่ยะหยุย แซ่อื้อ คือ โรงงานไทยมิตร และโรงงานของซิวกิม แซ่กว๊อก คือ โรงงานกฎชาญเจริญ

ชามตราไก่
ชามตราไก่

เอกลักษณ์ประจำชามตราไก่

  • ยุคแรก ลักษณะถ้วยชามทรงแปดเหลี่ยมเกือบกลม ปากบาน ข้างชามด้านนอกมีรอยบุ๋มเข้าไปเล็กน้อย 8 รอย รับกับเหลี่ยมของชาม และกระชับกับนิ้วมือในแต่ละรอยบุ๋ม ทำให้จับยึดชามได้มั่นคงขึ้น ไม่ลื่นหลุดจากมือได้ง่าย
  • ถ้วยชามต้องมีความหนา และก้นชามต้องสูง
  • วาดลายบนเคลือบด้วยมือ เป็นรูปไก่สีส้ม ขนคอ และลำตัวเป็นสีส้ม ส่วนหางและขาสีดำ ย่างขา หรือวิ่งอยู่บนหญ้าสีเขียว มีดอกโบตั๋นสีชมพูม่วงออกม่วง ใบสีเขียวตัดเส้นด้วยสีดำอยู่ด้านซ้าย และมีต้นกล้วย 3 ใบสีเขียว ตัดเส้นด้วยสีดำอยู่ด้านขวา และต้นผักกาด
    ไก่เป็นสัญลักษณ์ของความขยัน
    ใบตอง และดอกโบตั๋นแสดงถึงความฝันแห่งความโชคดี
  • ชามบางใบอาจมีเพิ่มเติมลวดลายอื่นสอดแทรกเข้ามา

ขนาดชามตราไก่กับการใช้งาน
ชามตราไก่เป็นภาชนะใส่อาหารที่อยู่สังคมไทยมานานชนิดหนึ่ง คนจีนแต้จิ๋วในประเทศไทยนิยมใช้ใส่ข้าวต้ม ชามมีขนาดเหมาะกับการใช้ตะเกียบพุ้ย คนไทยใช้เป็นชามก๋วยเตี๋ยว ร้านขายก๋วยเตี๋ยว จึงนิยมใช้ชามตราไก่ ให้ความรู้สึกอร่อยๆ แบบวินเทจค่ะ
ชามตราไก่ขนาด 5-6 นิ้ว สำหรับใช้ตามบ้าน และร้านข้าวต้ม
ส่วนชามตราไก่ขนาด 7-8 นิ้ว เหมาะกับผู้ใช้แรงงานหนักใช้ เพราะต้องรับประทานมาก
ชามไก่ หรือชามตราไก่เคยเป็นของใช้ประจำครัวคนจีนแทบทุกครัวเรือน
แต่ในครัวคนจีนรุ่นใหม่ อาจจะไม่ค่อยพบชามไก่ หรือชามตราไก่มากนัก

เรื่องเล่าว่า ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2481-2487) ได้ใช้นโยบาย “รัฐนิยม” เพื่อให้ประชาชนคนไทยมีความรักความหวงแหนในความเป็นไทย โดยได้ออกนโยบาย “รัฐนิยม” ให้คนไทยหันมาใช้ของที่ทำขึ้นในประเทศไทย ห้ามสั่งสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา ทำให้ชามไก่จากลำปางขายดีอย่างมาก

ชามตราไก่
Celebrating the Lampang Rooster Bowl

ต่อมา รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนชามตราไก่เป็นสินค้าที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ของจังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2556 ( Sep 13, 2013 ) ถือเป็นสินค้าที่ได้รับการยืนยันคุณภาพโดยกฎหมายการค้าระหว่างประเทศถึงชื่อเสียงของชามตราไก่ที่ผลิตในภูมิภาค ฐานเศรษฐกิจ ชามตราไก่ หรือ ชามไก่ เป็นสินค้าขึ้นชื่อ เป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองลำปาง และทุกวันที่ 12 กันยายน คือวันเฉลิมฉลองชามตราไก่จากลำปาง Celebrating the Lampang Rooster Bowl นี่เองค่ะ

ชามตราไก่
ชามตราไก่

ย้อนรอยตำนานชามไก่นครลำปาง พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี (Dhanabadee Ceramic Museum)
ธนบดี คือต้นกำเนิดชามไก่เมืองลำปาง ยังคงรักษาชามไก่ตามรูปแบบดั้งเดิม
ทำให้ชามไก่ที่วาดด้วยมือทุกชิ้นกลายเป็นของใช้ ของที่ระลึก และของสะสมที่ทรงคุณค่า

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดีก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2555 ตั้งอยู่เลขที่ 32 ถนนวัดจองคำ ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ก่อตั้งโดย นายพนาสิน ธนบดีสกุล ทายาทรุ่นที่ 2 ของ นายอี้ (ซิมหยู แซ่ฉิน) คุณพนาสิน ธนบดีสกุล เจ้าของและผู้บริหารพิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี วัตถุประสงค์ของการตั้งพิพิธภัณฑ์ก็เพื่อรักษาเกียรติประวัติของอาปาอี้ (ซิมหยู แซ่ฉิน) ต้นตระกูลธนบดีสกุลผู้ค้นพบแร่ดินขาวและก่อตั้งโรงงานเซรามิกแห่งแรกของลำปาง เพื่อรวบรวมความเป็นมาและตำนานของ “ชามไก่แห่งธนบดี” ทั้งเพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเซรามิก และศิลปะให้กับผู้ที่สนใจ

ภายในพิพิธภัณฑ์แสดงถึงประวัติของบริษัทในเครือธนบดี

  • ห้องแรก เริ่มจากการเล่าประวัติความเป็นมาของ อาปาอี้ (ซิมหยู แซ่ฉิน) มีของโบราณหลายชิ้นจัดแสดงไว้ เช่น จักรยานโบราณที่อาปาอี้ (ซิมหยู) ถีบตามหาหินขาวที่อำเภอแจ้ห่ม เตาฟืน เครื่องครัวสมัยก่อน มีเตียงไม้
  • ภาพวาดครอบครัวพ่อไก่ส้ม-แม่ไก่ส้ม ต่อมาเป็นการเล่าประวัติความเป็นมา และเหตุการณ์ของชามตราไก่ในแต่ละยุค
ชามตราไก่
ชามตราไก่เล็กที่สุดในโลก
  • ชามตราไก่ขนาดจิ๋วที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5 มิลลิเมตร ขนาดไล่เลี่ยกับข้าวสาร อยู่ภายในตู้กระจกทรงพีระมิด การดูต้องดูผ่านแว่นขยายที่ติดไว้บนแผ่นกระจกทั้ง 4 ด้าน จึงเห็นได้ชัด สร้างเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555
  • ชามตราไก่ทองคำ อยู่ในตู้กระจกครอบ มีใบเดียว แนวคิดที่ตั้งใจจะสร้างความแปลกใหม่ขึ้นมาให้ประชาชนได้มาชม และเพื่อเป็นการยกระดับชามตราไก่ให้มีคุณค่าสูงขึ้น ทุนในการสร้างประมาณ 150,000 บาท ทำจากทองคำแท้ 99% ใช้เวลาในทำ 2 เดือน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 17 นิ้ว ส่วนด้านนอกใช้น้ำทองวาดเป็นรูปไก่ทองคำบนพื้นสีขาว ตัวชามวางบนขาเหล็กสแตนเลส 3 ขายกสูงขึ้น มองลงที่ใต้ก้นชามเห็นโลโก “เล้งเอี้ย” ของโรงงาน ที่พื้นกระจกสะท้อนเงาขึ้น และมีทองคำแท่งอีกแท่งวางไว้ เพื่อให้เปรียบเทียบสีทองที่ชาม และทองแท่ง
ชามตราไก่ทองคำ
  • ชามตราไก่ที่บางที่สุด ความหนาเพียง 0.9 มิลลิเมตร (หรือ 900 ไมครอน) มีจำนวน 3 ใบ อยู่ในตู้กระจกครอบ ความบางของชามบางจนแสงสว่างส่องผ่านได้ เพื่อให้เห็นว่าแสงไฟส่องผ่านได้จริง สร้างเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558
  • เตามังกร หรือ “เล้งเอี้ย” เป็นเตาเผาถ้วยชามแบบโบราณที่โรงงานทำถ้วยชามในยุคแรก อาปาอี้พร้อมคนงานอีกคนช่วยกันสร้างเตามังกรขึ้นมาเองในปี พ.ศ. 2508 นำดินจากทุ่งนาบริเวณนั้นและดินจอมปลวกใช้เวลาทำถึง 1 ปี ซึ่งผู้จะสร้าง และใช้เตามังกรโบราณได้ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์และมีความรู้ในการสร้างมาก่อนเป็นเตาเผาของจีนคล้ายกับอุโมงค์ยาว เหล่านี้ เป็นตำนานผู้สร้างประวัติศาสตร์ชามตราไก่เมืองลำปางที่คนทั้งประเทศรู้จัก และใช้ประโยชน์กันมายาวนาน
เตามังกร
เตามังกร หรือ “เล้งเอี้ย”

ใครได้ไปเที่ยวเมืองลำปาง ควรได้แวะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ชมตราไก่ และอุดหนุนติดไม้ติดมือไว้ใช้ หรือเป็นของฝากนะคะ

ขอบคุณข้อมูล และภาพ :

dhanabadee.com
FB: Dhanabadee