PDPA (Personel Data Protection Act) พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

11/06/2022 By Chic 0

PDPA (Personel Data Protection Act) พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คืออะไรนะ ไลฟ์สไตล์ของสาวชิคทั้งหลาย ชอบแชะ ชอบแชร์ ชอบเซลฟี่ แล้วจะแชะยังไง จะแชร์ยังไง โพสต์นี้มีคำตอบค่ะ

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA

ย่อมาจากคำว่า Personal Data Protection Act โดยกฏหมาย PDPA Thailand (พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)

ได้ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 นี้ กฎหมายว่าด้วย การให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การสร้างมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และนำไปใช้อย่างถูกวัตถุประสงค์ตามคำยินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต

บทบาทสำคัญในการคุ้มครอง และให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของเราเอง รวมถึงได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้เกิดขึ้น กับบุคคลหรือนิติบุคคลในการเก็บข้อมูล รวมถึงการใช้ข้อมูล เพื่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หากผู้ใด หรือองค์กรใดไม่ปฏิบัติตามนั้น มีโทษทั้งทางแพ่ง โทษทางอาญา และโทษทางปกครอง ถือว่า เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

สรุปง่ายๆ แบบไหน ถึงจะเรียกว่า การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

  1. การถ่ายรูป – ถ่ายคลิปที่ติดหน้าคนอื่น
    โดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม ถือว่าผิดกฏหมาย
  2. การโพสต์รูป – ไลฟ์ แล้วติดหน้าคนอื่น
    โดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม ถือว่าผิดกฏหมาย
  3. การติดกล้องวงจรปิดนอกบริเวณบ้าน
    ถ้าไม่ติดป้ายแจ้งเตือน ถือว่าผิดกฏหมาย
  4. การเก็บ – แชร์ ข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น
    โดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม ถือว่าผิดกฏหมาย

จะแชะยังไง จะแชร์ยังไง ถ้าเราเกิดเซลฟี่ แล้วติดใบหน้าบุคคลอื่น เราจะผิดกฏหมายมั้ย

คำตอบอยู่ตรงนี้เลย ถ้าเราเกิดเซลฟี่ แล้วติดภาพใครขึ้นมา เจ้าของภาพที่ติดมาไม่สามารถฟ้องเอาผิดเราได้นะคะ เพราะกฏหมายมีข้อยกเว้น สำหรับการถ่ายภาพเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะชน หากติดภาพผู้อื่นไป ไม่ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฏหมาย อย่างไรก็ดี หากเจ้าของภาพต้องการใช้สิทธิให้ลบภาพ ก็สามารถขอให้ลบได้ เราต้องลบค่ะ


หลักกฎหมายอาญา ดูที่เจตนาเป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่า ใครเดินผ่านไปผ่านมา เด็กวิ่งผ่านไปผ่านมา ก็จะผิดไปหมด ขึ้นกับเจตนา คือ ถ้าเราเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเขา เรามีเจตนาเปิดเผยข้อมูลเขาหรือเปล่า หรือเป็นเหตุสุดวิสัย อย่างไรก็ตาม การถ่ายรูปติดคนอื่น ควรจะขออนุญาต เพราะจะช่วยลดการถูกดำเนินคดีได้

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิได้รับการแจ้งให้ทราบขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งสิทธิขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลอีกด้วย


บทลงโทษ
การฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้มีทั้งโทษจำคุก, ปรับ และจ่ายค่าเสียหาย โดยโทษสูงสุดคือ จำคุก 1 ปี กำหนดโทษปรับทางปกครองไว้ สูงสุดไม่เกิน 3,000,000 บาท และจ่ายค่าเสียหายสองเท่า หากใครทำผิดกฎหมายก็ต้องรับโทษ ส่วนผู้เสียหายก็สามารถใช้สิทธิได้ตามกฎหมาย

การป้องกัน
หากเป็นงาน Event หรือสัมมนาต่างๆ ที่มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก และไม่สามารถขออนุญาตรายบุคคลได้สะดวก อาจมีการตั้งป้ายแจ้งผู้เข้าร่วมงาน และแจ้งขออนุญาตถ่ายภาพ และเผยแพร่ภาพภายในงาน ณ จุดลงทะเบียน โดยให้ผู้ร่วมงานลงชื่อในเอกสารลงทะเบียนนั้น ก็สามารถป้องกันการกระทำอันจะเป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมายได้ค่ะ

ข้อยกเว้น
การเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนและกิจกรรมในครอบครัว / สื่อมวลชน ศิลปะ ตามจริยธรรมวิชาชีพ / การกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ / ป้องกันอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ / การกระทำตามกฎหมาย / การปฏิบัติตามสัญญา เป็นต้น


ข้อมูลส่วนบุคคล คือ
ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้สามารถระบุบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล รูปภาพใบหน้า ประวัติการทำงาน ทะเบียนรถ บัญชีธนาคาร

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
คือ ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกใช้ในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา ลัทธิปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ความเห็นทางการเมือง ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลทางพันธุกรรม ข้อมูล ชีวภาพ ประวัติอาชญากรรม

ทว่า ข้อมูลคนตาย ข้อมูลนิติบุคคลไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายนี้