10 สัญญาณบอกว่า ทานของหวานมากเกินไป

07/03/2022 By Chic 0

อาการทานของหวานมากเกินไป ผลที่ตามมาคือ ร่างกายเรามีปริมาณน้ำตาลเพิ่มสูง และถ้าสูงเกิน ก็จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาก็คือ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และอะไรๆ ตามมาอีก นอกเหนือจากการไปหาคุณหมอ ตรวจเลือด เราอาจจะพอสังเกต 10 สัญญาณบอกว่า ทานของหวานมากเกินไปได้เอง

ความเป็นจริงแล้ว ของหวาน คืออาหารที่น้ำตาลสูง คงไม่ใช่แค่น้ำตาลเพียงอย่างเดียว แต่เรากำลังเหมารวมถึงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรท ที่สามารถเปลี่ยนรูปเป็นน้ำตาล ซึ่งในแต่ละวัน เรารับประทานเข้าไป ไม่ว่าจะเป็น ของหวาน เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และเมื่อไหร่ที่ได้รับของหวาน จะรู้สึกมีความสุข สดชื่นดี นั่นหมายถึง บางคนติดของหวานเข้าแล้วโดยไม่รู้ตัว

10 สัญญาณบอกว่า ทานของหวานมากเกินไป

  1. ทานของหวานเท่าไหร่ ก็ไม่รู้จักพอ
    ความเป็นจริงแล้ว การได้รับประทานของหวานบ้าง เป็นการเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย แต่หากเมื่อไหร่เรายิ่งทานหวานมากเท่าไหร่ ร่างกายกลับยิ่งมีความอยากเพิ่มมากขึ้น ก็ไม่รู้จักพอนั่นเอง
  2. น้ำหนักขึ้น อ้วน เอวหาย
    การทานของหวานมากเกินไป นั่นหมายถึง เราได้รับแคลอรี่สูง เพิ่มมากขึ้นไป หากไม่ได้รับการออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญ เบิร์นแคลอรี่ จะส่งผลการสะสมเป็นพลังงานส่วนเกิน เป็นไขมันตามอวัยวะต่างๆ เอวหาย พุงป่อง และยังกระตุ้นร่างกายให้หลั่งอินซูลิน ทำให้น้ำหนักเกิน ภาวะอ้วน และมีค่า BMI มากกว่า 25
  3. เกิดภาวะเหนื่อยล้า เฉื่อยชา อ่อนเพลีย
    ปกติ ร่างกายจะต้องมีระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ แต่เมื่อไหร่ทานของหวานมากจนเกินไป ร่างกายจะมีระดับน้ำตาลเพิ่มสูงขึ้น มีพลังงานในตอนแรก และเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อน้ำตาลลดลง จะเกิดภาวะเหนื่อยล้า เฉื่อยชา อ่อนเพลีย และหากเมื่อไหร่ เราทานของหวานเพิ่มมากขึ้น นั่นหมายถึงเราขาดสารอาหารอื่นๆ ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกายด้วยเช่นกัน
  4. ป่วยง่าย ไม่แข็งแรง ปวดเมื่อยเนื้อตัว
    การทานของหวาน น้ำตาลมากเกินไป จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ป่วยง่าย ไม่แข็งแรง ปวดเมื่อยเนื้อตัว
  5. หิวง่าย อารมณ์แปรปรวน
    แน่นอน เมื่อไหร่ที่ได้รับของหวานจะรู้สึกมีความสุข สดชื่นดี แต่ถ้าเราควบคุมการทานของหวานได้ไม่ดี มีความติด ทานตามใจปาก การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้อารมณ์ดี และเมื่อน้ำตาลลดลง หรือวันไหนขาด หรือไม่ได้ทานของหวาน จะหิวง่าย กระสับกระส่าย เกิดภาวะอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด และอารมณ์เสียง่าย ฉุนเฉียวบ่อยๆ
  6. เป็นสิว และผิวหนังอักเสบ
    เมื่อทานน้ำตาลมากเกินไป ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดภาวะผันผวน ส่งผลให้เกิดสิวมากมาย ผิดปกติ ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง อาการปวดส้นเท้า และโรคผิวหนังต่างๆ ตามมาได้ง่ายขึ้น
  7. ริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย
    การทานของหวานมากเกินไป ทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่มากเกินไป สูญเสียคอลลาเจน และอีลาสตีน เกิดริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัยอันควร
  8. ปวดฟัน ฟันผุ
    การทานของหวานเยอะๆ แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปาก และฟัน จะเจริญเติบโตได้ดี และปล่อยกรดออกมาเป็นสาเหตุก่อให้เกิดฟันผุ และโรคในช่องปากเพิ่มมากขึ้น
  9. ปวดท้อง
    ปวดท้องจากการมีแก๊ซในกระเพาะอาหาร เกิดจากทานของหวานมากจนเกินไปนั่นเอง
  10. สมองตื้อ เบลอ และมีความเครียดสะสม วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า
    อาการสมองตื้อ เบลอ คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลสูงขึ้น และลดอย่างรวดเร็ว เกิดจากการที่ร่างกายได้รับของหวานน้ำตาล และร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ส่งผลให้เกิดอาการสมองตื้อ เบลอ และมีความเครียดสะสม วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้าตามมาอีก

เพื่อหลีกเลี่ยงทานของหวาน เราควรเลือกกาแฟดำ เครื่องดื่มที่มีความหวานน้อย ควบคุมปริมาณน้ำตาลในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม และอาหารที่น้ำตาลสูง เช่น กาแฟเย็น ชาเย็น ชาไข่มุก น้ำปั่น เบเกอรี่ เค็ก คุกกี้ ไอศครีม เป็นต้น